2008/Jul/19

สวัสดีครับ วันนี้ก้อมาด้วยเรื่องของภัยสังคมอีกแล้วครับ (มันมาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยจริง ๆ)  มาเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ เพราะมันยาวชะมัดเลย แต่ละเหตุการณ์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งนั้น และมีวิธีป้องกันกันด้วยนะครับ เป็นทริปเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อประโยชน์บางอย่าง (รู้สึกจะมาจากบอร์ดใดบอร์ดหนึ่งนะครับ) อ้อ และเรื่องสุดท้ายของผมเองครับ

     ผมเองก็มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกันครับ เหตุเกิดตอนประมาณ21.00 ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ผมเป็นคนที่สังเกตุสิ่งต่างๆรอบตัวอยู่เสมอ ดังนั้นหากมองเผินๆเหมือนกับว่าผมเดินไปดื่มน้ำในมือไปเรื่อยเปื่อย สิ่งที่ผมรู้สึกก็คือ รู้สึกว่ามีคนเดินตามผมห่าง ๆ แต่ผมยังไม่คิดอะไรในทีแรก เพราะคงเป็นผู้มาใช้บริการที่จอดอยู่ชั้นเดียวกัน อีกอย่างที่รถที่จอดชั้นเดียวกับผมนี้ยังค่อนข้างเยอะ บังเอิญว่าผมอยากจะทิ้งแก้วน้ำในมือก็เลยมองหาถังขยะ ซึ่งมันไม่ค่อยมีหรอกตามที่จอดรถ เพราะทางศูนย์การค้าพวกนี้เค้ากลัวเรื่องการรอบวางระเบิด ระหว่างที่ผมเดินหาที่ทิ้งในดวงใจอยู่นั้น ผมก็เดินเลยที่จอดรถตัวเองไปหลายคันเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีจะทิ้งมั่ว ๆ มันก็น่าเกลียด ก็ตัดสินใจว่าเอาไปไว้ตรงที่วางแก้วในรถก่อนก็ได้ว่ะ ( ซึ่งตลอดเวลาไอ้บ้านี่ก็ยังเดินตามผมอยู่) พอหมุนตัวจะกลับมาที่รถตัวเอง ไอ้บ้านี่มันก็ทำเป็นเดินให้เลยผมไปก่อน แล้วก็หยุดเหมือนมองหารถมันว่าจอดไหน ไอ้ช่วงที่หมุนตัวกลับมานี่เอง ที่ผมเห็นมันชัด ๆ ว่า สภาพมันไม่ใช่ลักษณะคนขับรถเก๋งแน่นอน คือมันมีสายร้อยกุญแจแบบ Flex (สายที่วน ๆ คล้ายสปริง) กับกุญแจดอกเดียว ใส่แจ๊คเก็ตสีดำ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นผู้ไม่หวังดีรึเปล่า ก็เลยแกล้งทำเป็นเดินเลยรถตัวเองอีกสักสี่ห้าคัน แล้วไปหยุดทำท่าทางจะไขกุญแจรถคันหนึ่ง ซึ่งมันก็รีบเดินตามกลับมา คงกลัวว่าจะไม่ทันเดี๋ยวผมขึ้นรถไปเสียก่อน แต่ผมก็ทำทางเป็นเปลี่ยนใจอีกครั้งมองหาที่ทิ้งแก้วน้ำ แล้วเดินสวนกับมันในระยะที่ปลอดภัยสำหรับผมเอง แต่เป็นอันตรายสำหรับมันเพราะผมก็พร้อมอยู่แล้ว แน่นอนว่าผมเดินกลับไปหารถผมเองอย่างแท้จริง ซึ่่งคราวนี้มันหลงกลผมเต็ม ๆ เพราะมันไปยืนอยู่ท้ายรถขับที่ผมทำท่าจะไขประตู มันไปยืนแบบแอบ ๆ เพราะเดี๋ยวผมต้องกลับมาแน่นอน แต่คราวนี้ผมเดินไปปั๊บ กดรีโมทปุ๊บ ขึ้นรถได้ผมก็สตาร์ทเครื่อง กดเซ็นทรัลล็อค ขณะที่ผมขับออกไป ผมมองไปที่มันซึ่งกำลังทำหน้างง ๆ แต่ไม่กล้ามองแบบเต็ม ๆ นัก เห็นหน้าตามันเหวอ ๆ ผมก็เลยคิดว่ายังไงต้องแจ้ง ร.ป.ภ. ไว้ก่อน ไม่ว่ามันจะใช่อย่างที่ผมคิดหรือไม่ก็ตามแต่เพื่อความปลอดภัยของคนอื่น ๆ ผมขับเลยไปจอดตรงที่คืนบัตรจอดรถ แล้วแจ้งทางเจ้าหน้าที่ห้าง รวมทั้งนำเจ้าหน้าที่ 4 คนไปเองด้วย เพราะผมรู้อยู่คนเดียวนินา ไปเจอมันผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตรงเข้าไปสอบถามว่า ทำอะไร มันตอบว่าไงรู้ไหมครับ......มันมาซื้อของแต่จำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ตรงไหน แต่พอสักไปสักมาว่า รถยี่ห้ออะไร ทะเบียนอะไร มันก็อึกอักตอบมาว่า มันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เอามอเตอร์ไซด์มา มั่ว ๆ แล้วก็แถ พอเจ้าหน้าค้นตัวก็พบมีดปอกผลไม้หนึ่งเล่ม ทีนี้หน้ามันซีดอย่างชัดเจน (ที่จริงหน้าผมก็ซีดครับ) ผมก็เลยบอกให้เจ้าหน้าที่คุมตัวแล้วแจ้งตำรวจเพื่อขยายผลต่อไป......ต้องระวังนะครับ อย่าประมาทเด็ดขาด ถ้าเป็นสุภาพสตรี อย่าลีลาอย่างผม เพราะไม่คุ้มแน่นอนถ้าเราพลาดเป็นห่วงทุกคนนะครับ

     อ่านเรื่องแล้วระวังตัวให้มาก ๆ นะคะ! เพราะพี่ต่อก็เคยโดนลักษณะเดียวกัน โดยขับรถกลับบ้านคนเดียวประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ พอเข้าซอยรู้สึกว่ามีรถมอเตอร์ไซด์ขับตามมา และแล้วเข้าซอยเดียวกัน และตามมาเรื่อย ๆ พอพี่ต่อจอดรถหน้าบ้านเขาก็ขับเลยเข้าไปในซอยซึ่งเป็นซอยตัน และเลี้ยวกลับมาจอดอยู่ใกล้ ๆ และลงมาเปิดประตูข้างคนขับที่พี่ต่อนั่งอยู่ พอดีคอยระวังอยู่แล้วและคอยมองอยู่ และรถก็ล็อคอยู่เขาจึงเปิดไม่ได้ แต่ทำท่าบุ้ยใบ้ให้เราเปิดประตูเหมือนจะถามอะไร พี่ต่อก็เลยบีบแตรดังมาก ๆ หลายครั้ง แล้วโบกมือให้รู้ว่าไม่เปิด พอดีแม่บ้านเดินมาที่ประตู เขาก็รีบเดินไปขึ้นรถขับออกไปทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเร็วมากนับจากที่จอดรถหน้าประตูบ้าน ประมาณ 2-3 นาทีเท่านั้น ปกติเมื่่อถึงบ้านพี่ต่อจะบีบแตรแล้วเปิดประตูเพื่อส่งกุญแจประตูใหญ่ให้ แม่บ้านไขประตูให้ พอดีวันนั้นมองมอเตอร์ไชด์คันนี้อยู่เลยยังไม่ได้กดแตร เขาอาจจะคิดว่าเราจะลงจากรถมาเปิดประตูบ้านเองก็ได้ไม่อยากคิดเลยว่าถ้ารถไม่ได้ล็อคอยู่จะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้หน้าบ้านเราเอง พวกมิจฉาชีพพวกนี้จะลงมือเร็วมาก คนมาช่วยก็อาจช่วยไม่ทัน ดังนั้น ขอย้ำให้ระมัดระวังมาก ๆ เพราะเหตุการณ์ประเภทนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ 
 

     ระหว่างที่รถผมหยุดรอไฟเขียว มีชาย 2 คนเดินมาข้างหลัง ทั้งคู่กระตุกประตูหลังคนละข้าง โชคดีที่ประตูล๊อกอยู่ 1 ใน 2 คนนั้นพยายามดึงแรงขึ้นอีก แล้วทั้งคู่ก็เดินเร็วผ่านรถผม แล้วปนไปในฝูงชน เดี๋ยวนี้ เหตุร้ายเกิดได้ตลอดไม่ว่ามืดหรือสว่าง เราคงต้องระวังอย่าเผลอเชียวละ

    ภรรยาผมจะมีนิสัยเมื่อขึ้นรถแล้วต้องกดเซนทรัลล๊อคทั้งก่อนสตาร์ทเครื่องและก่อนดับเครื่อง มีรถเก๋งคันหนึ่งสีเงิน มีคนสองคนเดินลงมาจากรถแล้วก็เดินมาที่รถของเราอย่างสุภาพ ขณะที่ภรรยาผมกำลังเล่นกับลูกอยู่ เพลิน ๆ ก็ได้ยิน เสียงตึ๊กจากข้างหลัง ภรรยาผมก็ตกใจรู้สึกตัวว่ามีคนพยายามเปิดประตูหลังของรถเรา แต่เพราะรถล๊อคพวกเขาก็เดินกลับ ไปขึ้นรถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนที่ภรรยาผมเล่าเรื่องนี้!ให้ผมฟัง ผมคิดว่าเหลือเชื่อจริง ๆ กลางวันแสก ๆ แท้ ๆ ถ้าหากบังเอิญรถไม่ได้ ล๊อค ผมไม่กล้าคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น อยากจะให้ทุกคนมีนิสัย ขึ้นรถต้องล๊อครถ พวกผู้ร้ายมักจะลงมือจากเบาะหลัง เพราะจะควบคุมสถานการณ์ได้ง่าย

     หลังจาก จ่ายเงินค่าจอดรถเลี้ยวออกจากโรงพยาบาล ก็จอดติดไฟแดง ขณะนั้น ( ยังไม่ ถึง 3 นาที ระบบล๊อคอัตโนมัติคงยังไม่ทำงาน ) ชายหนุ่ม สองคนก็เข้ามานั่งที่เบาะหลังของรถ โชคดีที่พ่อแม่ของผมไหวตัวเร็วมาก รีบถอดเข็มขัดนิรภัย ดับเครื่อง ดึงกุญแจออกแล้วออกมายืนนอกรถโดยเร็ว คนทั้งสองคนนั้นก็ยังนั่งอยู่ในรถหน้าตาเฉย จนกระทั่งคุณแม่ของผมตะโกนใส่พวกเขาว่า พวกเรายังมีเพื่อนฝูงอยู่ในโรงพยาบาลอีกเยอะ จะให้เรียกพวกเขาลงมาคุยกับพวกแกไหม ? พวกเขาจึงออกมาจากรถแล้วบอกว่าขอโทษขึ้นผิดคัน ( นี่มันปล้นกันชัด ๆ) แล้วรถคันข้างหลัง ( มี
คนอยู่ในรถสองคน) ก็ขับมารับพวกเขาจากไป น่ากลัวที่สุด

     ตอนจอดติดไฟแดง รถของผมอยู่ห่างจากทางแยกประมาณคันที่สามหรือสี่ สักครู่ หนึ่ง จู่ ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ท้ายรถผม บนรถมีชายหนุ่มอายุ ประมาณ 20 กว่า สองคน แล้วที่น่าสงสัยก็คือ พวกเขาพยายามมองเข้ามาในรถของผม ผมจึงจ้องพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง พอไฟเขียวก็ออกรถพร้อมมัน ผมบังเอิญได้ยินหนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า ' รถมันล๊อคหมด ' แล้วก็ขับเลยไป อันตรายจริง ๆ

     ขอเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ช่วงนี้เหล่ามิจฉาชีพเยอะขึ้นมาก เรื่องการโดนจี้โดนปล้นหรือโดนขโมยนั้นอาจจะเพิ่มขึ้น ยิ่งผู้ที่มีรถส่วนตัวนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกที่คนเหล่านี้จ้องเล่นงานก่อนเป็นอันดับแรก เราจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังกันมากขึ้น ผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์นั้นอาจจะต้องระวังโดนกลุ่มมิจฉาชีพกระโดดเข้าล็อค หรือชิงทรัพย์สินที่อยู่ในตระกร้าหน้ารถ หรือแม้แต่ที่อยู่กับตัว ซึ่งวิธีการนั้นมันมีเยอะมาก ทั้งขับมาขนาบข้างแล้วถีบให้ล้มลงไป หรือถึงขั้นเอาปืนขึ้นมาขู่ ซึ่งการป้องกันนั้นคงจะเป็นไปได้ยาก ยิ่งทางที่เราไปนั้นเปลี่ยว จะมีวิธีก็แค่ต้องพยายามมองดูกระจกว่ามีใครขับตามหลังมาหรือไม่ ถ้ามีก็ดูท่าว่าน่าไว้วางใจหรือไม่ ซึ่งลักษณะพวกนี้จุดสังเกตจะตรงที่มันมากันสองคน ถ้าคนซ้อนมันชะเง้อออกมาโดยมองมาที่เรานั้นก็ควรที่จะต้องเริ่มระวังตัวซักหน่อย เป็นไปได้ก็ควรรีบหาที่ๆมีคนอยู่มาก หรือจะเป็นป้อมตำรวจที่มีตำรวจอยู่ก็ได้


    ส่วนรถยนต์นั้นหลาย ๆ คนคงน่าจะรู้กันอยู่บ้าง การที่เรานึกเพียงว่าการจอดรถโดยแค่ล็อคประตู ล็อคพวงมาลัย ล็อคเกียร์นั้นจะช่วยป้องกันไม่ให้รถโดนโจรกรรมได้ คงจะต้องคิดกันใหม่ หลังจากที่ผมได้เคยไปนั่งคุยกับมิจฉาชีพคนหนึ่งที่ตอนนี้ได้กลับตัวกลับใจหลังจากออกมาจากคุกแล้ว ก็ปรากฏว่าวิธีการล็อคเหล่านั้นเขาบอกว่าเพียงแค่ไม่กี่นาทีพวกเขาก็สามารถจัดการได้ อย่างล็อคประตู ล็อคพวงมาลัย ล็อคเกียร์นั้นไม่เกิน 15 นาทีพวกเขาก็สามารถจัดการปลดล็อคได้ ที่จะยากหน่อยก็มีเพียงแค่อุปกรณ์ล็อคคันเร่งและเบรค ซึ่งพวกเขาจะต้องใช้เวลาเกือบถึง 30 นาทีในการจัดการ ส่วนสัญญาณกันขโมยนั้นเขาได้บอกว่าไม่เกิน 5 นาทีก็ทำให้เงียบได้แล้ว ซึ่งเมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้วคงจะคิดว่าแล้วจะทำยังไงในเมื่อมันก็ไม่ต่างกันมากนัก ก็วิธีที่จะป้องกันที่ดีที่สุดก็คงจะเป็นเพียงแค่ไม่เอาของที่มีค่าเก็บไว้ในรถ และพยายามอย่าไปจอดรถในที่เปลี่ยวเกินไป และควรมั่นใจตรงบริเวณนั้นว่ามีรปภ.ดูแลอยู่ด้วย

     ขอเพิ่มเติมอีกหน่อยสำหรับผู้ที่ใช้รถสาธารณะหรือต้องกลับบ้านดึกๆ ทุกวันนี้อย่าคิดว่าดึก ๆ จะมีแต่พวกดักจี้ชิงทรัพย์นะ เวลาแค่ตี 4 ตี 5 เดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีพวกนี้แล้ว ถ้าบริเวณในที่เปลี่ยวคงจะต้องพยายามมองดูรอบตัวให้ทั่ว ๆ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและช่วยเพิ่มความระมัดระวังในระดับหนึ่ง ควรที่จะหาอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างพวกสเปรย์พริกไทยที่ขวดไม่กี่ร้อย หรือจะเป็นปืนไฟฟ้าที่มีราคาเริ่มต้นแค่ 400 ขึ้นไป หรือจะใช้อุปกรณ์ง่ายเช่นร่ม ถ้าด้ามจับแข็งจะเป็นการดี เพราะด้ามนั้นสามารถทำให้บาดเจ็บจนถึงขั้นตายได้ ถ้าตีถูกจุด(แต่ไม่ขอบอก)

     เรื่องนี้ สำหรับเจ้าของบล๊อค เห็นกับตา วันหนึ่งหลังจากกลับมาทำงาน เมื่อลงรถย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ขณะนั้น เห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งซ้อนกันมา 2 คน แล้วคนหลังเป็นคนลงมือ วันนั้นมีผู้หญิงสะพายกระเป๋าถือข้างขวา เดินข้างถนน ซึ่งขณะนั้นคนแถวนั้นถือว่าเยอะมาก แล้วเผอิญผู้หญิงคงไม่ได้ระมัดระวังตัว มอไซค์คันนี้เลยถือโอกาสกระชากกระเป๋าหิ้วผู้หญิงคนนั้น ซึ่งไม่ได้ลงจอดรถแต่อย่างใด (ภาพที่เห็นคือ ผู้หญิงคืนนี้ไถไปตามแรงรถมอเตอร์ไซค์ แล้วร้องกรีดเสียงลั่น เมื่อ 2 คนนั้นเห็นว่าไม่สามารถเอากระเป๋าได้ เลยขี่รถหลบหนีไปอย่างไม่ยี่หระต่อสายตาคนที่เห็นเลย นี่ขนาดมีคนเยอะนะครับ ยังไม่สามารถหลบมิจฉาชีพหรือภัยสังคมพวกนี้ได้เลย เพราะฉะนั้น อย่าประมาทดีกว่าครับ เพื่อความปลอดภัย ควรระมัดระวังตัวไว้ทุกย่างก้าวแล้วกันครับ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับผม


   สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนมีสติไว้ ถ้าเมื่อเกิดภัยขึ้น สตินั้นสำคัญเป็นอันดับแรก อย่าผลีผลาม และควรมีความระมัดระวัง อย่าเลินเล่อ

ขอให้ทุกคนรอดพ้นปลอดภัยจากเหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้ครับ

2008/Jun/28

วันนี้ขอเสนอเบอร์โทรฉุกเฉินที่ทุกคนควรรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามนะครับ เครดิตต้องยกให้เพื่อนสาวแสนสวยนามว่า ไกวจังซะแล้ว หุหุ อันนี้ถือว่าดีมากเลย แถมผมฟอร์เวิร์ดกลับไปอีกหลายคนด้วย เป็นอันว่า มาดูกันดีกว่าครับ ว่าเบอร์ที่จำเป็นในยามฉุกเฉินเป็นอย่างไรกันบ้าง Let Go!!!

 

เอาล่ะครับ งานนี้ต้องให้เครดิตเพื่อนผมหน่อยและ อันนี้แหละ มีประโยชน์มาก ๆ (หลาย ๆ อันก้อดีนะ หุหุ) ได้ประโยชน์อย่างไรบอกกันบ้างนะครับ

อ้อ วันนี้ใครไปงานมิตติ้งเอ็กซ์ทีนที่โตโยต้าคลับ สยามแสควร์บ้างครับ ผมอ่ะคนนึง เพราะเป็นสมาชิกที่นั่น ขอบอกครับว่าที่นั่นนอกจากจะได้สิทธิพิเศษแล้ว ยังได้เวิร์คชอปฟรีอีกด้วยครับ เฉพาะสมาชิกจริง ๆ ส่วนใครที่ยังไม่เป็นสมาชิก ก้อสมัครฟรีครับ ไม่เสียเงิน ถ่ายรูป สแกนรูปสักพัก 10 นาทีรอรับบัตรได้เลย ทันสมัยมาก ๆ ครับ กิจกรรมเดือนหน้าคงจะเป็นการออกแบบรถโตโยต้ายาริสครับ งานนี้ผมจะไปเอี่ยวด้วย สร้างสรรค์ผลงาน(ที่ไม่ค่อยได้เรื่อง -*-) เผื่อได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านใครจะไปรู้ล่ะครับ

ร่ายมายาวและ ขอตัวทำงานก่อนนะครับ ^__^v

edit @ 28 Jun 2008 10:56:49 by ^AutumNd(^__^)bKruB^

2008/Jun/07

วันนี้มีหนังสือ(สวดมนต์)ออนไลน์มาให้อ่านกันครับ ใครไม่มีเวลาแนะนำเลยนะครับ ดีมากครับผม

 

สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดหนังสือสวดมนต์ ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ห้องสมุดดิจิตอล เว็บไซต์พระธรรมสิงหบุราจารย์  http://www.jarun.org/v6/th/digitallibraly-book.html

2008/Jun/05

 มาแล้วครับ วันนี้มาพร้อมกับสาระดี ๆ อีกแล้วครับ แต่ว่า ผมกลับไม่สามารถรับรู้ได้เลย เพราะผมแพ้อย่างรุนแรงครับ มันคืออะไร มาดู(อ่าน)กันดีกว่าครับ ^__^!


อย่าใส่กล้วยหอมไว้ในตู้เย็นนะครับ
หลังจากอ่านบทความนี้จบ....ท่านจะมองกล้วยหอมในอีกแง่มุมหนึ่งทันที




กล้วยหอมมี สารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
(sucrose, fructose and glucose)
รวมทั้งเส้นใยอาหาร

มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันทีเลยครับ

เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ ...นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก

(
เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)

ยังไม่หมดนะ....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์

ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย...มาดูกันครับ


ความเศร้าซึม

จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
ซึ่งร่างกาย สามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น



pms (premenstrual syndrome)


สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย...เช่นปวดท้อง ปวดหัว...ฯลฯ
รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ.....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย....
มัน สา มารถป้องกันได้นะจ๊ะ........


โรคโลหิตจาง (Anemia)

ธาตุเหล็กในกล้วยหอม สา มารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิ ต Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน)
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ....ฮ่า...
(
โรคนี้ผมเป็นบ่อย ๆ.....หุ...หุ...)


ความดันโลหิต (Blood Pressure)

กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ ยงความดันได้จริง



เสริมสร้างพลังสมอง ( Brain Power)

ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก
Twickenham school
อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กิตกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า

รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ


อาการท้องผูก (Constipation)

เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี


เมาค้าง (Hangovers)

วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย

(
ฮ่า.....ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย.......ต้องลองแน่ ๆ...)
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและ สารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น......


จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)

กล้วยหอมมี สารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว


Morning Sickness

ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะ...อาการงี่เง่าตอนเช้าเช่นไม่อยากจะตื่นบ้าง...ฯลฯ
ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น
มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้



บรรเทาแผลยุงกัด

ก่อนที่จะใช้ยาทา
ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้.....คนส่วนใหญ่เป็นอย่าง นั้นจริง ๆ


ระบบประสาท (Nerves)

วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด. ...อ่อนล้าได้




อ้วนจากทำงานมากเกินไป

ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเตโต้ชิปส์มากเกินไป
ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็ก ๆ น้อย ๆประมาณทุก ๆ 2 ชม.
มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก


แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล (Ulcers)

สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้น
รวมทั้งกรดต่าง ๆ ที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ
ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้


ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย (Temperature Control)

ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อน
ผู้คนชอบกินกล้วยหอมดับร้อนกันครับและเชื่อว่ามันเป็นผลไม้เย็นฉ่ำชนิดหนึ่ง
อย่างเช่นในไทยมีความเชื่อกันว่าผู้หญิงท้องควรกินกล้วยหอมเป็นประจำ
เพื่อเด็กที่เกิดมาจะมีอารมณ์เยือกเย็นเช่นดังป๋าคูล เป็นต้น...... so cool....


ลดความอยากสูบบุหรี่

สำหรับท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่
กล้วยหอมอาจช่วยท่านได้เพราะมีวิตามิน B6, B12 โปแตสเซียมและแม็กนีเซียม
ที่มีอยู่มากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาด สารนิโคติน



เห็นไหมครับว่ากล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้จริง ๆ

เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว
กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า
ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า
วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า
วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า
ดังนั้นจากที่ฝรั่งเคยพูดกันว่า
"An apple a day keeps doctor away."

ต่อไปคงจะต้องเปลี่ยนเป็น
"A banana a day keeps doctor away."
ซะแล้วมั๊ง.....

ถ้ามันไม่ใช่เป็นการเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อโปรโมท พ่อค้ากล้วยหอมแล้ว
ผมว่ากล้วยหอมเนี่ยมันแจ่มจริง ๆ....
ถ้าต่อไปมันแพงมากก็ไม ่ต้องกินมันหรอกครับ
(
ผมว่ากล้วยน้ำว้าก็มีประโยชน์ต่อร่างกายมากนา....
กินมันทั้ง 2 อย่างแหละดีที่สุด)

อ้อ...แถมท้ายอีกอย่างหนึ่งรองเท้าหนัง
ถ้าอยากขัดให้มันวาวแบบเร็ว ๆ
ก็เอาเปลือกกล้วยหอมด้านในถูรองเท้าไปเลย
เสร็จแล้วเอาผ้าแห้งเช็ดขัดออก...รองเท้าจะมันแผล็บเลย....

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ประโยชน์ของกล้วยหอม ผมว่า มันไม่น่าจะแพ้กล้วยน้ำว่าที่ผมชอบทาน กับกล้วยไข่เลยนะครับ เอาเป็นว่า เรื่องกล้วย ๆ กลับมีประโยชน์สูงสุดเลยนะเนี่ย

 

อันนี้แถมท้ายสุด ๆ ครับ กล้วยมีประโยชน์ทำให้ อิ่ม ครับ อิอิ (ไม่เชื่อลองทานดูสิครับ อิอิ) ^____^

edit @ 7 Jun 2008 11:15:52 by ^AutumNd(^__^)bKruB^